RSS

ย้อนตำนานซับแดง (4)

13 ก.พ.

สมคิด สิงสง : เล่าเรื่อง

สังคม เภสัชมาลา : บันทึกและเรียบเรียง

๔. ล้มแผนเผาซับแดง

18788463_1532546980121111_557451401_n
แน่นอนซับแดงถูกทาสีเสียเปรอะ สถานการณ์เสมือนเตะลูกไปเข้าเท้าฝ่ายตรงข้าม รัฐกล่าวหาว่าซับแดงกำลังจะทำตัวเป็นเขตปลดปล่อย มีการซ่องสุมกำลังเพื่อจะล้มล้างระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตอนนั้น ยามค่ำคืนจะมีเครื่องบิน บินผ่านมาทางซับแดงออกไปทางเขาภูผาเพ บางครั้งเสียงสนั่นหวั่นไหว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายไหน ที่แน่ๆ กำลังเกิดสงครามเวียดนาม ไทยอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาใช้เป็นฐานทัพ ขนอาวุธไปถล่มเพื่อนบ้าน เช่นที่ฐานทัพอู่ตะเภา เป็นต้น เครื่องบินบี ๕๒ บรรทุกลูกระเบิดจากฐานฯอู่ตะเภามักจะบินผ่านแถวนี้ ไม่ว่ากลางวัน กลางคืน จะได้ยินมันแผดคำรามให้ตระหนกตกใจอยู่บ่อยๆ บางทีเครื่องบินจากฝ่ายสร้างสถานการณ์อาจเข้าผสมโรง อย่างเช่นตอนกลางคืน จะมาบินวน ส่องไฟวาบๆ อยู่แถวตีนเขาแล้วหายไปในความมืด

บทรายงานของคณะสำรวจซับแดง จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ดร.เขียน ธีระวิทย์

ทุกอย่างประจวบเข้ากันไปหมด เพราะวันหนึ่งชาวบ้านซับแดง ได้เดินขบวนไปร่วมชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับที่ทำกินในตัวเมืองขอนแก่น(๒๕๑๗) เผอิญมีเด็กหนุ่มชาวซับแดงคนหนึ่งขึ้นพูดบนเวที พูดจาฉะฉาน มีเหตุมีผล จนอาจารย์เขียน ธีรวิทย์ที่มาสังเกตเหตุการณ์สงสัยว่าคนพูดเป็นใคร เป็นนักศึกษา หรือชาวบ้าน เมื่อเขาพูดจบเรียกมาถามหรือชวนพูดคุย
“เป็นคนบ้านซับแดงครับ”
ตรงนี้แหละที่อาจารย์เขียนฉุกคิด และเป็นกังวลว่าซับแดงอาจจะเป็น “นาทราย” รายต่อไป จึงกลับไปตั้งทีมงานขึ้นเพื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ หนึ่งในทีมงานที่จำได้คือ ดร.โกร่ง-วีระพงษ์ รามางกูร (ปัจจุบัน) อ.สมบูรณ์ สุขสำราญ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์จากจุฬาฯ คณะทำงานได้มาสำรวจข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ผู้ว่าฯ ผู้กำกับ ฯลฯ หลังจากรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้วกลับไปพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งโดยวันแถลงข่าวคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมรับฟังด้วย
วันนั้นซับแดงได้ส่งตัวแทนไปร่วมด้วยสามสี่คน เช่นตาผิว, สนั่นและสมคิด เป็นต้น ปรากฏว่ามีสื่อมวลชนมาเตรียมทำข่าวมากมาย ประชาชนสนใจเข้าฟังก็มาก แต่กลับปรากฏเหตุการณ์ประหลาด “คนของทางการ” ไม่มาร่วมงานสักคน ตอนหนึ่งผู้สื่อข่าวถามคณะผู้จัดงานว่า “ทำไมไม่เห็นตัวแทนทางราชการมาสักทีนะ”
พอดีสมคิดเหลือบไปเห็น พ.อ.วีระ ชินวัตร และ พ.ท. หาญ พงศ์สิตานนท์ นั่งอยู่แถวหลังสุด จึงบอกไปว่า
“มีทางการมาอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่ครั้งนี้คงมาไม่เป็นทางการใช่ไหมครับ เออ เชิญถามท่านได้เลย”
มีเสียงฮือฮาดังขึ้น จากนั้นผู้สื่อข่าวก็บินเข้าตอมนายทหารทั้งสองชนิดตั้งตัวตั้งหลักไม่ทันทีเดียว ต่างขอสัมภาษณ์จ้าละหวั่น แม้นายทหารท่านจะตอบว่าไม่มาเป็นทางการ ผมมาเป็นการส่วนตัว ผมทราบว่าเหตุการณ์ที่ซับแดง ไม่มีอะไร ผมเข้าใจ ผมเข้าใจ…
จากการสัมภาษณ์ด้วยใจครั้งนั้น ทำให้นายทหารทั้งสองอยู่กันลำบาก อึดอัดขัดข้อง จน พ.ท. หาญ ตัดสินใจลาอออกจากราชการ คนอื่นที่เหลือก็เดือดร้อนตามๆ กัน ทั้งหมดถูกลงโทษฐานพูดความจริงเกินไป ความจริงที่ไม่สอดคล้องกับทางการ และเป็นความจริงที่อำนาจไม่ต้องการ…
ซับแดงตกอยู่ในอาการหวาดผวา เพราะมีคนมาปล่อยข่าวต่างๆ นานา บางคืนมีเครื่องบินมาบินวนเวียนเหมือนกำลังจะหย่อนระเบิดลงใส่ให้ราบพนาสูร มีการส่งไส้ศึกเข้ามาแยกทำลาย ปั่นป่วนสารพัด แต่ส่วนมากยังยืนอยู่ข้างสมคิด แน่นอน ‘ผู้เข้าข้าง’ ย่อมมีหน่วยสอดแนมของรัฐปนอยู่ด้วย อย่างที่ทราบเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบเสียแล้ว ปรากฏกลุ่มต่างๆ ขึ้นมากมาย บางกลุ่มจัดตั้งเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม เช่น กระทิงแดง นวพล
ใช่ล่ะ ปฏิบัติการของกลุ่มเหล่านี้ ฮึกเหิมและได้ใจ ใช้อำนาจในมือเที่ยวจัดการเข่นฆ่าใครต่อใครหลายคน โดยการปลุกกระแสของหัวขบวน สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนและยัดเยียดข้อหาให้ฝ่ายตรงข้าม แต่สมคิด ไม่ย่อท้อ สร้างเสริมอาวุธทางปัญญา และสะสมอาวุธปืนป้องกันตัวด้วยเหมือนกัน ผ่าซี ลูกปืนสมัยนั้นหาง่ายจะตาย ราคาลูกละ ๑.๕๐ บาท รวบรวมมาได้เป็นเข่ง แต่เชื่อไหมไม่เคยได้ใช้ยิงใครเลย อย่างเก่งแค่ฝึกยิงเป้าตามหัวนาปลายไร่
การต่อสู้ในเมืองหลวงยังระอุ ต่างชิงไหวชิงพริบ ขณะที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ทางการเปิดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเร็ว ที่สุดการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ก็เกิดขึ้นในปี ๒๕๑๘ ตอนแรกมีข่าวเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะรับเข้ารับเลือกเป็น ส.ส. ว่าจะต้องมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ สมคิดเองคิดว่างานนี้ต้องคลุกวงในให้ได้ โดยเตรียมที่จะลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย แต่เอาเข้าจริง เขากำหนดอายุผู้สมัครไว้ที่ไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี สมคิดจึงไม่มีสิทธิ์ด้วยประการฉะนี้
ตอนนั้น ถ้ามีสิทธิ์ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะไม่มี ส.ส.ชื่อสมคิด สิงสง เนื่องจากกระแสนิยมพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยมาแรงจริง ๆ คนหนุ่ม เลือดใหม่ ต่างเข้ามาเพียบ เช่น สุทัศน์ เงินหมื่น อุดร ทองน้อย ประยงค์ มูลสาร เป็นต้น ที่จังหวัดชัยภูมิ คุณสมัคร ชาลีกุล ในนามพรรคแนวร่วมสังคมนิยม ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง และแล้วสภาฯ ถูกยุบ มีการเลือกตั้งผู้เทนฯ ในปีถัดมา (๒๕๑๙) สมคิด สิงสง อายุครบตามกำหนดพอดี จึงอาสาวัดดวงในเขต ๓ จังหวัดขอนแก่น สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ปรากฏว่าได้คะแนนมาแค่ ๓ พันกว่าคะแนน
ทำไมเป็นเช่นนั้น?
สาเหตุเนื่องจาก พรรคฯ ได้ถูกโจมตีต่างๆ นานาจนกระแสตกวูบ เชื่อไม่เชื่อ สมัคร ชาลีกุล ที่หนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ ได้มาแค่ ๔ ร้อยกว่าแต้มเอง คนของพรรคสังคมนิยม ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน ถูกยิงตาย สมคิด และสมัครพรรคพวกพากันแห่ป้ายดำลงไปที่กรุงเทพฯ

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: