RSS

ย้อนตำนานซับแดง (3)

12 ก.พ.

สมคิด สิงสง : เล่าเรื่อง

สังคม เภสัชมาลา : บันทึกและเรียบเรียง

3. บัญชีเลือด

สมคิด สิงสง เป็นหนึ่งในบัญชีแดงของพวกมัน !
โป้ง!!
เสียงคำรามลั่นของยมทูตดังขึ้นเหนือเนินซับแดง มันแหวกราตรีเดือนเพ็ญพุ่งเข้าหาสองสหายที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์ซูซูกิ A100 สีแดง (พาหนะที่ซื้อมาในนามชมรมชาวไร่มันสำปะหลัง และดาวน์มาขี่ได้ประมาณ 1 เดือน) มุ่งตรงกลับบ้าน

เจ้าแห่งความตาย ยืนดักตรงหน้า มองเห็นชัดเจนว่ามันยืนเอาผ้าคลุมหัวอยู่ข้างทาง (ด้านขวามือ) ตรงข้ามกับพวกเขา
คืนนั้น เป็นปลายตุลาคม 2517 เป็นปีที่กิจกรรม “ซับแดง” กระหึ่มไปทั่วทั้งวนาและนาคร
ประมาณ 19.00 น. สมคิดขับรถซ้อนมากับนายสนั่น กางทา หรือมหาเสริฐ (ต่อมาได้ผู้ใหญ่บ้านซับแดงอีกคนหนึ่ง) คืนนั้นสมคิด พกปืน 2 กระบอก แต่มือทั้งสองกลับทำหน้าที่อยู่กับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ มันไม่ว่างพอที่จะโต้ตอบสุนัขลอบกัดตัวนั้น ซ้ำก็คือ คล้ายว่าถูกยิงเข้าให้แล้ว..มีบางสิ่งบางอย่างเย็นเยียบเข้าไปในตัวตน ขณะที่รถซึ่งขับอยู่ส่ายไหวประหลาด แน่นอนสติสัมปชัญญะวูบวับคล้ายเกิดอาการวิงเวียน
“ฮ่วย บ่แม่นเฮาถูกยิงแล้วบ่ มหา..?”
“สิบ่แม่นบ่ คือ เป็นเจ็บ ๆ “
สังหรณ์บางอย่างบอกให้รู้ว่าไปข้างหน้าไม่ได้เป็นเด็ดขาด มือประคองรถมาถึงโนนโคกซับแดง (ร.ร.ซับสมบูรณ์พิทยาลัยในปัจจุบัน) จึงตัดสินใจเลี้ยวลงขวามือ พลันรถก็โจนลงบวกควาย (ปลักตม) สำลักขี้ตมดับเงียบ ตอนนี้ล่ะที่สมคิด ทราบว่าถูกยิงเข้าแล้วจริงๆ ส่วนสนั่นถูกปืนเข้าที่หัวเข่าด้วยเช่นกัน คนเจ็บน้อยพยายามพยุงคนเจ็บมาก ยักแย่ยักยันขึ้นจากบวกควายนอน ล้มปลิ้นล้มหงายในอันที่จะนำรถ นำคนขึ้นจากปลักเลน ที่สุดได้คน (สมคิด) มา พากันลากสังขารไปถึงสนามโรงเรียนบ้านซับแดง (โรงเรียนประถมศึกษา)
“ไหวไหมพี่?” มหาเสริฐถามกระเส่าก่อนจะครางอูยย์…
“พอไหวอยู่ แต่ไปต่อไม่ได้….เอางี้ ปล่อยพี่ไว้นี้แหละ เสริฐเข้าไปบอกบ้านเฮาเด้อ ให้เพิ่นไปแก้งคร้อ ไปหาหมอบรรจบ บอกเพิ่นว่า’ เฮาถูงยิง’ เพิ่นจะรู้เองหรอก เด้อ เอาอย่างงี้เนาะ…”
เพื่อนต่างวัยละล้าละลัง แต่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สุดตัดสินใจวางร่างระโหยอันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดไว้เดียวดายที่เดิ่นโรงเรียน หอบหัวเข่าพิการ โขยกเขยกเข้าสู่หมู่บ้าน
สมคิด สิงสง นอนนิ่งเงียบอยู่ในความมืด กัดฟันกรอดเมื่อขยับร่างที ระบมร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย เขารู้แล้วว่าถูกคมกระสุนเจาะเข้าไปที่ใดบ้าง มีทั้งนอนนิ่งอยู่ในตัวเขาและทะลุออกไปยังโลกภายนอก โคนขาถูกยิงทะลุ อีกข้างกระสุนฝังใน รวมถึงบริเวณลำตัวใต้บั้นเอวลงมาถูกลูกหว่านเจาะเข้าทักทายหลายแห่ง มาทราบตอนหลังว่าเป็นกระสุนลูกซองสั้น เบอร์ 12 หรือที่เรียกกันว่าลูกเก้า คืนนั้น ถ้าเขาไม่ได้ใส่เสื้อเกราะสนาม กลายเป็นสัง(ตาย) ไปแล้วจริงๆ หรือหากมือปืน กระดกปืนสูงขึ้นมาหน่อย ลำคอ ใบหน้า ศีรษะ ฯ เละเหมือนกัน …
ก่อนหน้านี้มีบุคคลคนหนึ่งชื่อสยาม มาบอกกับเขาว่า
“พี่ เขาจะฆ่าพี่นะ ระวังตัวด้วย”
“คุณรู้ได้อย่างไง?”
“เขามาจ้างผม…”
“เขาไหน?” สมคิดถามกลับติดตลก ตามนิสัย
“เขาไหน ผมบอกไม่ได้ เอาเป็นว่า มันให้ผมยิงพี่ล่ะ แต่ผมไม่รับงานนี้”
จิ้งจกทักยังต้องฟัง คนมาพูดบอกว่ามีคนปองร้าย ขนาดจ้างมือปืนมาฆ่ามาแกง ต้องยิ่งกว่าฟัง วันถัดมาสมคิดจึงนำเรื่องไปเล่าให้คุณหมอบรรจบ (นามสกุลจำไม่ได้) ที่โรงพยายาบาลอำเภอแก้งคร้อฟัง
“คุณหมอ เตรียมพร้อมไว้ด้วยนะครับ ผมอาจถูกยิงในเร็วๆนี้”
“พูดเป็นเล่นไปได้น่า คุณสมคิด”
“จริงครับ ผมได้ข่าวมาอย่างนั้น”ข
จากข่าวนี้ที่ทำให้เขาขวนขวายหาเสื้อเกราะสนามมาสวม แม้ไม่กลัวแต่ไม่ประมาท ไปไหนมาไหนเขาจึงอยู่ภายใต้เสื้อเหล็กหนักอึ้ง คืนนั้นเขาสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตฟิลด์ คืนนั้น คือหลังจากได้ข่าวแล้ว 5 วัน คืนนั้นถ้าเขาตัดสินใจผิด ขับตรงไปข้างหน้า “เสื้อเกราะ” คงป้องกันชีวิตเขาลำบาก เนื่องจากจะถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามนานา
มาทราบทีหลังว่าพวกมันวาง “มือฆ่า” ไว้สามจุด เขาผ่านจุดแรกมาได้อย่างไรไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้ แต่มีคนมาออกปากว่าจัดการไม่ทัน กระทั่งผ่านขึ้นเนินมาที่จุดสอง มือปืนผ้าคลุมหัวจึงมีโอกาสเหนี่ยวไก จุดสามคือ ตรงที่ทางเข้าหมู่บ้านซับแดง ตรงนี้แหละที่พวกมันวางไว้ว่า ต่อให้มีปีกบิน ก็ไม่รอด
พวกมันจอดรถตู้ดักรอเลยทีเดียว !
อีกสามปีต่อมา (2520) ความลับเหล่านี้ถูกเปิดเผยขึ้นที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ “ถ้าคนของเรามีฝีมือมากกว่านี้ คงไม่รอดไปได้…” และข่าวการพูดคุยนี้ถูกส่งถึงเขาที่สำนัก A30 ซึ่งอยู่เขตแดนระหว่าง จีน กับ ลาว
เมื่อคุณหมอบรรจบมาถึง จัดการพยาบาลเขาทันที โดยใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอร์แล้วหมุนเข้าไปในรูกระสุน แรกๆไม่เจ็บเลย เย็นจ้อยสบาย แต่พักหลังต้องกัดฟันกรอดๆ บิดตัวเร่าๆ เขาถูกนำตัวไปที่อนามัยอำเภอแก้งคร้อ ซ่อนตัวรักษาบาดแผลอยู่ที่นั้นจนดีขึ้นตามลำดับ
วันที่ถูกยิง ประเสริฐ จันดำ ไม่อยู่ เขาไปภาคเหนือกับพัลลพ แต่ข่าวปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์ว่าเขาถูกยิงพร้อมประเสริฐ จันดำ ความจริงเป็นคนละ “เสริฐ” กัน และวันนั้นมหาเสริฐ (สนั่น) เองไม่ต้องการเปิดเผยตัว ไม่เคยคิดจะลุกขึ้นมาแก้ข่าวแต่ประการไร
ข่าวสมคิด สิงสง ถูกดักยิงกระจายไปอย่างรวดเร็ว ดร.เขียน ธีระวิทย์ และวิทยากร เชียงกูล คือคณะแรกที่รุดมาเยี่ยมยามถามข่าว พร้อมเสนอให้นำตัวสมคิดเข้าไปรักษาที่กรุงเทพฯ แต่เขาปฏิเสธ
“ถ้ามันจะตายจริงๆ ขอตายที่บ้านเกิด ตายมันที่ซับแดงนี่ล่ะ” เขายังบอกกับเพื่อนอย่างหนักแน่นว่าสามารถ ยืนหยัดอยู่ได้..
ตั้งแต่คืนที่สมคิดถูกยิง ชาวบ้านซับแดงพร้อมอาวุธ(ตามที่หาได้)ครบมือได้จัดเวรยามรักษาหมู่บ้านอย่างเข้มแข็ง ส่วนหนึ่งได้เข้ายึดสถานีอนามัยไว้พร้อมกับตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นว่า “คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า”
แน่นอนบรรยากาศของซับแดง เกิดอาการ ‘ไม่มีใคร ไว้ใจใคร’ ตอนนั้นพวกเขาพูดว่าถ้าคนแปลกหน้าเดินเข้ามา ไม่ต้องถาม ยิงได้ทันที…ตอนนั้น ข่าวบ้านนาทราย ถูกเผาวายวอดกำลังเป็นที่โจษขานในหมู่ชาวบ้าน และสถานการณ์กำลังถูกปั่นให้เป็นไปในทำนองเดียวกัน ทุกคนจึงหวั่นกันอย่างยิ่งว่า ซับแดงจะตกอยู่ในชะตาเดียวกับนาทราย!

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: