RSS

อานุภาพการสื่อสารไร้พรมแดน

31 ส.ค.

Exif_JPEG_420ค่ำนี้ (31 สิงหาคม 2560) ผมเดินเท้าเข้าไปกินข้าวมื้อเย็น ระยะทาง 1,300 เมตร แทนการขี่รถจักรยานยนต์ที่ทิ้งไว้ให้ลูกใช้ไปฉีดยาที่โรงพยาบาลชุมชนตำบล ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาปู่ย่าตายายก็ล้วนแต่ใช้วิธีเดินเท้าแบบนี้ในการไปไร่ไปนา แบกไถไล่ควายทุกเช้าค่ำ ซ้ำยังต้องหาบต้องคอนเครื่องอยู่ของกินจิปาถะ ที่เก็บหาได้จากหัวไร่ปลายนา

ส่วนผมค่ำนี้ ระหว่างเทียวทางทอดน่องไม่ได้เร่งร้อนแต่อย่างใด ในมือมีโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต นอกจากสื่อสารด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้แล้ว ยังมีระบบสื่อสารด้วยไลน์ เฟสบุ๊ค อีเมล์ เมสเสจเจอร์ ฯลฯ ได้ทั้งนั้น บนบ่าสะพายย่ามใส่เครื่องใช้ไม้สอยสำหรับขีดเขียน กระเป๋าสตางค์ ถุงยาเบาหวาน ขวดน้ำดื่ม แว่นสายตา และของใช้จุกจิกชิ้นเล็กชิ้นน้อย รวมทั้งกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้

21078547_1549129081774739_4849948200110742777_nExif_JPEG_420กับถุงผ้าใบเขื่องอีกใบ ในถุงมีหนังสือเล่มโต 2 เล่ม คือ “พุทธศาสนาไทยในอนาคตฯ” ของพระไพศาล วิสาโล หนากว่า 600 หน้า อีกเล่มเป็นภาษาลาว “ปวัดสาดลาวแต่บูฮานเถิง 1946” ของมะหาสิลา วีระวงส์ ขนาด A4 หนาเกือบ 300 หน้า น้ำหนักรวม 2 เล่มก็หลายกิโลกรัมอยู่ ซ้ำยังมีโน้ตบุคอีกเครื่อง ใช้คีย์บอร์ดเชื่อมต่อจากภายนอก พร้อมสายไฟฟ้าและปลั๊กสามทางแบบแถวยาวอีกชุด นี่ก็หนักพอได้

ระหว่างทางทอดน่อง มีเสียงเตือนดังจากมือถือครั้งแล้วครั้งเล่า แสดงว่ามีการกดไลค์ หรือโพสต์ข้อความโต้ตอบในเฟสบุ๊ค ไลน์ และเมสเสจเจอร์ ซึ่งวันสองวันมานี้ผมได้โพสต์เรื่องราวหลายเรื่อง ทั้งกิจกรรมในไร่นาวนเกษตรอินทรีย์ฯ เฮือนดินตีนภู และบอกเล่าการเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวเอง ฯลฯ

Exif_JPEG_420อย่างวันก่อนโน้น (29 ส.ค.2560 19.37 น.) ผมโพสต์เรื่องเจ็บแผลที่เท้าว่า.. “ค่ำนี้หลังพาควายเข้าแหล่ง กลับมากินมื้อค่ำที่บ้าน รู้สึกเจ็บที่อุ้งเท้าข้างขวาหนักกว่าปกติ หลังมื้อค่ำกับแกงผักบุ้งเทโพ ลองหงายฝ่าเท้าสำรวจตรวจตราว่าเจ็บด้วยเหตุอันใด พบว่ามีแผลที่คอนิ้วโป้งด้านที่ติดกับนิ้วชี้โดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อกี้คุณอั๋น_รัตนศักดิ์ รัตนมณี โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้ จนท.กรมทรัพยาการน้ำบาดาลจะเข้าพื้นที่แหล่งเรียนรู้ของสมาคมวนเกษตรอินทรีย์วิถีคนกับควาย_ที่เฮือนดินตีนภู คงต้องให้แล้วเสร็จภารกิจนี้ก่อน ค่อยไปให้หมอดูแผลที่ฝ่าเท้า”

พลันก็มีเพื่อนมิตรในเฟสบุ๊ค ทั้งในและต่างประเทศคอมเม้นต์เข้าด้วยความห่วงหาอาทรและมีคำแนะนำที่มีประโยชน์และนำมาปฏิบัติได้จริง

คอเมนต์แรกมาทันทีเลยจาก สปป.ลาว “ອາຈານຍ່າງເລາະນາເລາະສວນ. ບໍ່ແມ່ນຫຍ້າຄາບາດນິ້ວໂປ້ຕີນເອົາບໍ້”

ถ้าเป็นภาษาไทยก็จะเป็นใจความว่า “อาจารย์เดินเลาะนาเลาะสวน ไม่ใช่หญ้าคาบาดนิ้วโป้ตีนเอารึ?”

ตามมาด้วย ผอ.ฉวี วงศ์ประสิทธิพร เพื่อนมิตรน้องนุ่งที่กรมชลประทาน แนะนำมาด้วยความหวังดีว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้นานหลายชั่วโมง เดี๋ยวพิษจากเชื้อจะแพร่ไปตามกระแสเลือด จะรักษายาก แล้วก็น้องสมภาร แคนลาด พยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลมัญจาคีรี ขอนแก่น ก็แนะนำมาทันทีว่า “ถ้ายังไม่ได้ไปหาหมอล้างเองไว้ก่อนนะคะ ต้มน้ำสุกเทใส่กาละมังกะท่วมหลังเท้าใส่เกลือซัก 2 ช้อนคนให้ละลาย แช่เท้าล้างทำความสะอาดไม่ต้องล้างน้ำเปล่าอีก ผ้าสะอาดซับให้แห้ง ทาเบต้าดีนถ้ามี”

สักครู่ก็มีน้อง ร. จิระโชติ พยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ต่อยอดคำแนะนำของคุณหมอสมภารว่า “ต่อจากคำแนะนำข้างบน

พันด้วยก๊อส sterile (ถ้ามี) อย่าให้เปียกหรือชื้นค่ะ เพราะลุงมีเบาหวานเป็นทุนความเสี่ยงสูงอยู่ ต้องรีบรักษาแผลค่ะ”

นอกจากเพื่อนมิตรที่เป็นพยาบาลวิชาชีพแล้ว ยังมีกองเชียร์ที่แสดงความห่วงใย ให้สนใจรักษาสุขภาพของตน อย่างคุณที่ใช้นามว่า Nave Vena บอกว่า “ดีจัง ข่วยกันกระตุ้น เดี๋ยวคนแก่ละเลย”

รุ่งขึ้น วันที่ 30 สิงหา คือวานนี้ ผมโพสต์ว่า.. “#คงไม่ต้องรบกวนหมอ เช้านึ้ไม่เจ็บ จึงทำแผลเองด้วยน้ำเกลือ ซับให้แห้ง แล้วสวมถุงเท้าหนา กลางคืนเหมือนมีไข้ต่ำๆ ตื่นเช้าขมปาก ขมคอ แต่ก็เป็นปกติเช่นนี้นานมาแล้ว”

ก็ยังมีคำแนะนำ และถ้อยคำแสดงความห่วงหาอาทรตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง ผมจึงวานแม่บ้านแวะร้านขายยาในตลาด ซื้อหายาเบต้าดีนตามที่ทุกคนแนะนำ ปรากฎว่าได้ยาอีกชื่อหนึ่งมา ซึ่งระบุว่าเป็นยาใส่แผลสด เพื่อให้มั่นใจผมจะถ่ายภาพยาและเขียนถามในโพสต์นั้น

Exif_JPEG_420“ให้แม่บ้านซื้อเบตาดีน แต่ได้โพวิโดน-ไอโอดีน เป็นยาใส่แผลเหมือนกัน ใช้กันได้ไหมหนอ?”

ก็มีคำตอบมาระเบ็งเซ็งแซร่ว่า “ได้ มันเป็นอันเดียวกัน” คุณพยาบาลสมภาร แคนลาด บอก

ผู้ใช้นาม Issarapap Thipnawa ก็บอกว่า “เหมือนกันครับ” และระหว่างทางขณะที่ผมเดินกลับมากินข้าวค่ำนี้ก็ขยายความให้ผมฟังอีกว่า “ เบตาดีนคือยีห้อ โพวีดีนคือสูตรยา ตามรพ คือโพวีดีน สมัยก่อนก็ด่างทับทิม แล้วมาทิงเจอร์” และว่าเกลือเป็นยาฆ่าเชื้อที่ดีที่สุดในโลก สอดคล้องกับคำแนะนำของพยาบาลสมภาร แคนลาด

ทั้งๆ ที่ผมไม่อยากไปรบกวนหมอด้วยอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อโพสต์เรื่องราวสื่อสารลงไปในโลกโซเชียลมีเดีย กลับได้รับคำแนะนำยิ่งกว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลเสียอีก

 ผมจึงว่า.. นี่ล่ะคืออานุภาพของการสื่อสารไร้พรมแดน

 

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: